Gems Pavilion Story

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหววงการเครื่องประดับกับเรา

The Journey of the Pearl

เพราะเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของ Gems Pavilion ในการสร้างสรรค์ชิ้นงานเครื่องประดับก็คือ การเลือกสรรเฉพาะวัตถุดิบที่ได้คุณภาพและตรงตามมาตรฐานที่เรายึดมั่นมากว่า 22 ปี ภารกิจในการเดินทางเพื่อไปแสวงหาวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมตามที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก จึงถือเป็นพันธะที่เรายึดมั่นและให้ความสำคัญอยู่เสมอ ซึ่งในล่าสุดนี้ ก็คือ การเดินทางเพื่อมองหาไข่มุกเม็ดใหม่เพื่อมาใช้ในการสร้างสรรค์เครื่องประดับชิ้นพิเศษนั่นเอง And let it begin… จุดหมายในการเดินทางครั้งนี้ อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ณ เมือง Sasebo ในการเข้าไปเยี่ยมชมฟาร์มผลิตไข่มุกและแหล่งเพาะเลี้ยงหอยมุก Akoya ที่ขึ้นชื่อของเมืองแห่งนี้ โดยผู้บริหารของ Gems Pavilion ทั้งสี่ท่านนำทีมโดยคุณหนึ่ง จนิษฐา และคุณท็อป ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ ได้เลือกที่จะไปเข้าชมกระบวนการผลิตและเพาะเลี้ยงจากฟาร์มแห่งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกวัตถุดิบจากแหล่งการผลิต เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพและราคาที่ดีที่สุด ในการนำมาผลิตเครื่องประดับประเภทไข่มุกของแบรนด์ ทั้งนี้เป็นความตั้งใจที่อยากจะเสาะหาความพิเศษและแหล่งของวัตถุดิบแห่งใหม่ๆ ที่ได้คุณภาพ และแสดงถึงความตั้งใจที่ไม่มีวันหยุดนิ่งในการพัฒนาและสร้างสรรค์แบรนด์ Time to Exploreการเดินทางเริ่มต้นขึ้นทันทีที่คณะผู้บริหารของ Gems Pavilion เดินทางถึงเมือง Sasebo ประเทศญี่ปุ่น โดยที่ตั้งของฟาร์มเลี้ยงหอยมุกและผลิตไข่มุกแห่งนี้ ถือเป็นฟาร์มที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในแวดวงของวงการเครื่องประดับที่ใช้ไข่มุกเป็นส่วนประกอบ จากคำบอกเล่าของผู้แนะนำและผู้ประสานงาน เราพบว่าขั้นตอนการทำงาน เริ่มตั้งแต่การเพาะเลี้ยง การดูแล การผลิต ตลอดจนกระบวนการสร้างสรรค์ไข่มุกในแต่ละขั้นตอนของที่นี่ ล้วนแต่อาศัยช่างฝีมือที่มีประสิทธิภาพ ที่ผสมผสานทั้งความรู้ บวกกับเทคโนโลยี ที่ได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาร่วมกันรังสรรค์ไข่มุกเม็ดงามให้เกิดขึ้น ในตอนหน้า เราจะนำเสนอถึงในแต่ละขั้นตอนการทำงานของฟาร์มแห่งนี้ รวมถึงพาไปสัมผัสบรรยากาศการเยี่ยมชมอย่างใกล้ชิดที่รับรองว่าพิเศษและน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้สมกับความเป็นต้นแบบในการเสาะแสวงหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดของ Gems Pavilion นั่นเอง

รายละเอียดเพิ่มเติม »

The First View

เปิดเผยรูปแรกที่ทำให้ทุกคนรู้จัก Gems Pavilion เพราะทุกรูปล้วนมีที่มา ไม่เว้นแม้แต่ที่ Gems Pavilion ที่รูปแรกของเราคือภาพของแหวนมรกตสีเขียวสด พร้อมกับสโลแกนเด็ดที่มีไว้เพื่อดึงดูดใจลูกค้าคนสำคัญของเรา และต่อไปนี้คือ เรื่องเล่าน่ารู้จากปากของคุณท็อป ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท Gems Pavilion ความตั้งใจแรก ของภาพเหล่านี้ อันนี้ถือว่าเป็นแอดเปิดตัวของร้านเพชรที่เวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์ ทางครีเอทีฟของแอดนี้ตั้งใจอยากนำเสนอถึงสิ่งที่เป็นตัวแทนของการ Celebrate หรือการ Opening เลยมีการเล่นกับจุกฝาขวดแชมเปญ เรามีแหวนที่ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แนะนำตอนเปิดร้าน ถือว่าเป็นตัวที่เด่นที่สุดเพราะมันดูใหญ่ สีสันก็ดูดี โจทย์หลักๆ ก็คือ ต้องการบอกว่าเราเป็นร้านจิวเวลลี่แบรนด์ใหม่ที่โดดเด่นในเรื่องดีไซน์ เรื่องวัตถุดิบ ความทรงจำ ที่มีในการถ่ายทำภาพนี้ ความยากของการถ่ายทำก็คือ สีเขียวมรกต จะมีความยากในการถ่ายรูป ฉะนั้นต้องควบคุมออกมาให้ดูดีมากๆ เป็นเรื่องยากมากในการทำงานที่ดิจิตอลยังไม่มีความสะดวกสบายเช่นในปัจจุบัน ส่วนที่เห็นทั้งหมดนี้ เราตั้งใจถ่ายเป็นซีรี่ย์ของมรกต เพื่อให้ลงแอด และเป็นรูปสินค้าเก็บไว้ให้ลูกค้าได้ดู ความท้าทาย ในการทำงานในตอนนั้น นตอนที่เริ่มทำตอนนั้นคนไม่ค่อยได้มองหาอะไรที่ดูเป็นแฟนซี ในตลาดเองก็นำเสนอแต่ดีไซน์เดิมๆ ที่เป็นแหวนเพชรล้อมด้วยเพชรกลม ซึ่งเราเองมองดูแล้วรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ แต่ของเราออกมาดูแปลกตา ดูเท่และแตกต่างในสมัยนั้น ตั้งใจถ่ายไว้เพื่อเก็บเป็นสต็อกช้อตด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งเรานำเอามาอัดเก็บไว้ยื่นนำเสนอให้กับลูกค้าที่สนใจภายหลัง เป็นการทำการตลาดในสมัยนั้น ความแปลกใหม่ ที่ตั้งใจทำขึ้นมานี้ ได้รับผลตอบรับอย่างไรบ้าง ตอนนั้นไม่ได้มีการทำแคมเปญอะไรมากมาย ส่วนมากจะเป็นการลงแอดโฆษณามากกว่า การคิดงานถ่ายโฆษณาระยะถัดมาก็เป็นการคิดทำกันเองกับช่างภาพ สมัยนั้นการลงโฆษณาในนิตยสารเป็นอะไรที่แข็งแรงมาก ผมคิดว่าเราน่าจะเป็นแบรนด์จิวเวลลี่ไทยที่ใช้วิธีลงแอดแล้วได้ผลมากที่สุดแบรนด์นึงได้ ถ้านับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์มาในช่วงปี 2540 เพราะเราไม่ค่อยได้เห็นแบรนด์อื่นใช้วิธีสื่อสารทางการตลาดแบบที่เราใช้เท่าไรนัก ความรู้สึก เมื่อได้มองย้อนไปยังอดีตมาจนถึง ความคาดหวัง ในอนาคตของแบรนด์เป็นอย่างไร รู้สึกว่าวงการจิวเวลรี่มันพัฒนาไปเร็วเหมือนกัน โดยเฉพาะของ Gems Pavilion เราเอง เราวิ่งไกลและเร็วด้วย 20 กว่าปีนี่เปลี่ยนไปจนเร็วรู้สึกได้ ดีเทลในการทำงานก็ดีขึ้นเยอะ ในอนาคต ผมเองพยายามบอกให้พวกเราคิดถึงบุคลิกของผู้สวมใส่ของแบรนด์เรา อยากสื่อให้ตรงและถูกต้องต่อกลุ่มลูกค้าของเรามากที่สุด

รายละเอียดเพิ่มเติม »

The Art of being an Icon

โลโก้ไอคอนนี้ เราได้มาเช่นไร… ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมาของ Gems Pavilion สิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่มองปุ๊บก็รู้ปั๊บว่า นี่คือ ตัวแทนของแบรนด์ ก็คือ โลโก้ไอคอน ที่ตกผลึกมาจากเพชรทรงมาร์คีส์นั่นเอง แต่มันมีที่มาและมันถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างมาตามดูกัน “เรื่องชื่อแบรนด์ผมคิดมานานมาก จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่เราเองก็ทำงานอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย คำว่า Pavilion มันก็ถูกคิดขึ้นมาว่าน่าจะเอามาใช้ จนมาผูกกับคำว่า Gems กลายเป็น Gems Pavilion ขึ้นมา” คุณท๊อป ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ เล่าถึงที่มาของชื่อแบรนด์ที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของทุกๆ อย่างที่ตามมาหลังจากนั้น “สิ่งที่ไปบรีฟกับทางคนออกแบบโลโก้ก็คือ เราอยากให้มันดูเป็นที่ที่มี Gemstones อยู่ เหมือนกับเป็นศาลาที่มีรูปทรงดูโค้งมนและมีจิวเวลรี่อยู่เต็มไปหมด คอนเซ็ปต์ตรงนี้ไล่ไปตั้งแต่การออกแบบ การออกแบบร้านเพชรของเราที่มีความโค้งเข้ามาใช้โดยตลอด เริ่มตั้งแต่ที่เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ที่ร้านเป็นแบบโค้งออก มาที่พารากอน โค้งเข้า เช่นเดียวกับเอมโพเรียม จะไม่ได้เป็นร้านสี่เหลี่ยม” “พอเราบรีฟความหมายว่าชื่อมาจากไหน เขาก็เลยออกแบบโลโก้ให้ไปในแนวนั้น ปรับกันมาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ายังไม่เวิร์กสักที ทำมาหลายๆ แบบ ซึ่งในที่สุดแล้วเราก็ไม่ได้ใช้เลย จึงกลับมาที่การดึงเอารูปเพชรมาใช้ แต่ส่วนใหญที่เห็น มันก็จะดูเป็นเพชรกลมธรรมดาดูไม่พิเศษโดดเด่น” “ผมเลยเสนอว่าให้ลองใช้เป็นเพชรเชปแฟนซีแบบอื่นๆ ดูบ้าง จนมาถึงทรงมาร์คีส์ ซึ่งดูไปมามันก็ดูสวยงามดี และยังไม่มีคนใช้ ทางทีมดีไซเนอร์เลยไปลองพัฒนาขึ้นมาดู และกลายมาเป็นโลโก้ไอคอนที่เหมาะสมกับแบรนด์และถูกนำใช้จนถึงปัจจุบัน” “มีคนที่รู้จักแบรนด์ของเรา ร่วมงานกับเจมส์ พาวิลเลี่ยนกันมานาน เรียกเราว่า Mr. Special Logo เนื่องจากเขาจำแบรนด์เราได้จากโลโก้ ด้วยความที่ไม่มีใครเอาเพชรทรงแฟนซีมาใช้เท่าไร ทำให้มั่นใจว่าโลโก้ไอคอนของเรานั้นติดตาและเป็นที่จดจำของคนทั่งไปมาอย่างยาวนาน” และนี่เองจึงเป็นที่มาของคอลเล็กชั่นล่าสุดจากเจมส์ พาวิลเลี่ยน ที่ปรับเปลี่ยนจากโลโก้ไอคอนของแบรนด์ ให้กลายมาเป็นเครื่องประดับจิวเวลรี่ชิ้นพิเศษที่บ่งบอกถึงแนวคิดและตัวตนของเจมส์ พาวิลเลี่ยนและสะท้อนถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ได้ดีที่สุดเช่นกัน

รายละเอียดเพิ่มเติม »

REGISTER