Gems Pavilion Story

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหววงการเครื่องประดับกับเรา

Logomania Is Back!

ได้เวลาฮอตของเครื่องประดับแสดงโลโก้ไอคอนประจำแบรนด์ เตรียมตัวกันไว้แต่เนิ่นๆ ได้เลยเมื่อหนึ่งในเทรนด์ที่คาดการณ์ว่าต้องฮิตติดลมในช่วงเวลาอันใกล้นี้ก็คือการสวมใส่เครื่องประดับจิวเวลรี่แสดงสัญลักษณ์โลโก้หรือไอคอนประจำแบรนด์ที่นำทีมความฮอตของเทรนด์นี้ด้วยแบรนด์ดังในมิลานและปารีส ปลุกเร้าให้สาวๆทุกคนลุกขึ้นมาแต่งตัวสร้างความสนุกที่ยังคงแฝงไว้ด้วยความหรูดูดีแต่มีกิมมิกลูกเล่นที่ดูสะดุดตาและโดดเด่นกว่าใคร What: โลโก้มาเนีย คืออะไร? มันคือรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกซึ่งความชื่นชอบและชื่นชมที่มีต่อเอกลักษณ์แบรนด์เป็นการแสดงซึ่งความภาคภูมิใจที่ได้สวมใส่สินค้าจากแบรนด์นั้นๆหลังจากที่เทรนด์นี้เคยฮิตมากๆ ในยุค 1990 ล่าสุดกลับมาฮิตและฮอตอีกครั้งในช่วงเวลานี้ Why: แล้วทำไมมันถึงกลับมาฮิตน่ะหรือ? คำตอบง่ายๆ ในช่วงนี้ก็เพราะนี่คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการแสดงตัวตนของคุณในช่วงเวลาที่คุณแทบจะไม่ค่อยได้ออกงานปาร์ตี้สังสรรค์และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประชุมหรือพบปะแบบออนไลน์ เรียกง่ายๆว่าเป็นการแสดงสไตล์ออนสกรีนรูปแบบหนึ่งนั่นเอง When: ไม่เพียงแค่สวมใส่ต่างหูเพชรประดับโลโก้ไอคอนหรือสร้อยคอห้อยจี้ประดับโลโก้ไอคอนยามที่คุณมีพื้นที่ในการประดับตกแต่งร่างกายและสร้างสไตล์ให้ดูสวยงามยามออนไลน์เท่านั้นในเวลาออกงานหรือออกไปใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ข้างนอกบ้าน คุณอาจจะลองจับคู่เครื่องประดับโลโก้ไอคอนจากแบรนด์หนึ่งสวมใส่กับชุดพิมพ์ลายโลโก้ไอคอนจากอีกแบรนด์หนึ่งข้อน่าสนใจและควรพึงระลึกไว้เสมอก็คือเรื่องของความพอดีและลูกเล่นในการแต่งตัวและประดับประดาที่ควรมีอย่างไม่มากไม่น้อยไป Where: โอเคว่าถ้าเป็นการสวมใส่ในลุคง่ายๆ ใช้ชีวิตประจำวันคุณอาจจะสวมต่างหูเพชรประดับโลโก้แบบเรียบๆหรืออาจจะเลือกเป็นสร้อยคอห้อยจี้เพชรประดับโลโก้ชิ้นที่ดูไม่ใหญ่เกินไปนักอาจจะมีแหวนหรือสร้อยข้อมือเพิ่มเติมเมื่อต้องการเปลี่ยนลุคเพื่อไปร่วมงานหรือพบปะผู้คนที่ต้องการความเป็นทางการเพิ่มขึ้น สามารถเลือกเป็นตัวเรือนสีพิงค์โกลด์เพิ่มความสะดุดตาก็น่าสนใจไม่น้อย How: แน่นอนว่าที่ Gems Pavilion เราเป็นผู้นำเสมอในเรื่องของเทรนด์เครื่องประดับเห็นชัดว่าเรามีคอลเล็กชั่น The Emblem ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโลโก้ไอคอนของเรามาก่อนและได้รับการต่อยอดสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับชิ้นใหม่ๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นการนำเอาโลโก้ไอคอนมาประดับเข้ากับลายโซ่ อีกหนึ่งเอกลักษณ์ในงานออกแบบของเจมส์ พาวิลเลี่ยน สร้างความน่าสนใจใหม่บนสร้อยคอกำไลข้อมือ จนถึงแบบแหวนเพชรสวยๆ ที่สามารถสวมใส่แบบยูนิเซ็กส์ได้อีกด้วยและสามารถสวมใส่ได้ในทุกลุคและยังคงโดดเด่นอย่างเป็นเอกลักษณ์ทั้งในเรื่องของงานดีไซน์บนวัตถุดิบที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีภายใต้งานฝีมือระดับ High Jewellery ที่ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าสวมใส่นำเทรนด์ก่อนใครแน่นอน

รายละเอียดเพิ่มเติม »
how to choose diamond

วิธีเลือกเพชรให้เหมาะกับคุณมากที่สุด ตามมาตรฐาน เจมส์ พาวิลเลี่ยน

“เพชรคือสิ่งที่มีค่าที่สุด และไม่ใช่เฉพาะแค่ในหมู่อัญมณีเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงทุกสิ่งในโลกใบนี้” พลินี, นักธรรมชาติวิทยาชาวโรมัน การเลือกซื้อเพชรครั้งแรกในชีวิตเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับเราทุกคนเสมอ เนื่องจากคุณต้องใช้ทั้งเหตุผลและอารมณ์ความรู้สึกเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สร้างประสบการณ์ชวนปวดหัวจนคุณแทบไปต่อไม่ถูก และทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า “แล้วฉันจะเลือกเพชรที่ใช่ได้อย่างไร?” การเลือกเพชรที่สมบูรณ์พร้อมนั้นเป็นเรื่องยากและมีหลายสิ่งให้พิจารณา โดยเฉพาะเวลาที่คุณกำลังมองหาแหวนเพชรแท้ หรือสร้อยเพชร ต้องคำนึงถึงรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ตั้งแต่รูปทรง ขนาด และสี แน่นอนว่าที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นตัวการทำให้คุณเกิดความสับสนและเครียดขึ้นมาทันที นี่เองคือเหตุผลที่ เจมส์ พาวิลเลี่ยน ก้าวเข้ามาเพื่อช่วยเหลือคุณ ด้วยการมอบคำแนะนำวิธีเลือกเพชรที่ดีที่สุด โดยใช้หลักการ 4Cs และเคล็ดลับที่คนมักไม่ทราบ ซึ่งจะช่วยตามหาเพชรเม็ดงามที่ใช่สำหรับคุณและคนที่คุณรัก เพชรในฐานะตัวแทนแห่งความรัก ก่อนเราจะเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกเพชรที่ใช่ อันดับแรกมาไขข้อสงสัยในความเชื่อที่ว่าเพชรกลายมาเป็นตัวแทนแห่งความรักในปัจจุบันได้อย่างไร ย้อนกลับไปหลายพันปีก่อนชาวโรมันและชาวกรีกโบราณเชื่อว่า เพชรคือน้ำตาของเทพเจ้า หรือเศษเสี้ยวจากดวงดาวที่ตกมาจากฟากฟ้า นอกจากนี้พวกเขายังเห็นว่าคิวปิด (Cupid) ใช้ลูกศรที่มีหัวทำจากเพชร ที่เมื่อศรปักโดนเข้าที่ชายหญิงคู่ใดแล้วก็จะเกิดความรักอันหอมหวาน ดังสองสิ่งที่จะอยู่คู่กับคุณไปตลอดกาล คือ ผู้ชายที่คุณรักและแหวนเพชรแต่งงาน นับแต่นั้นมา เพชรได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งในทุกวัฒนธรรมทั่วโลก ขณะเดียวกัน ยังใช้เพื่อสื่อถึงความรัก ความขอบคุณ และการให้ความสำคัญ มายาวนานหลายทศวรรษ วิธีเลือกเพชรให้ตรงใจด้วยหลักการ 4Cs เมื่อใดที่คุณกำลังมองหาต่างหูเพชรแท้คู่ใหม่ หรือสร้อยข้อมือเพชรแท้สำหรับใส่ออกงาน ปัญหาสำคัญที่สุดคือไม่รู้ว่าจะเลือกเพชรอย่างไร ด้วยเหตุนี้เราจึงขอนำเสนอหลักการเลือกเพชร 4Cs ในแบบฉบับของ Gems Pavilion ที่ใส่ใจในรายละเอียดสูงสุดทุกขั้นตอน ได้แก่ Carat กะรัต Colour สี Cut การเจียระไน Clarity ความสะอาดหรือตำหนิ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะสามารถเลือกเพชรที่สมบูรณ์แบบได้ตามความต้องการที่แท้จริง เราจะมาเจาะลึกในทุกรายละเอียดของหลักการ 4Cs ซึ่งเป็นวิธีเลือกเพชรมาตรฐานที่ช่วยให้คุณตามหาเพชรที่ดีที่สุดได้ง่ายยิ่งขึ้น 1. Carat หรือ กะรัต บ่อยครั้งเวลาที่มีคนพูดถึง ‘กะรัต’ (ตัวย่อ ct) พวกเขามักคิดว่านั่นคือหน่วยที่ใช้วัดขนาดของเพชร ทว่าความจริงแล้วคือหน่วยที่ใช้วัดน้ำหนักของเพชรต่างหาก โดยใน 1 กะรัต สามารถแบ่งได้เป็น 100 หน่วยย่อย ซึ่งคนไทยเรียกหน่วยนี้อย่างติดปากว่า ‘ตัง’ หรือ Point นั่นเอง โดยเครื่องประดับอย่าง จี้เพชรแท้ ที่ผู้หญิงหลายคนนิยมสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือ เข็มกลัดเพชร ที่นิยมนำไปประดับแนบอยู่กับชุดเดรสแสนหรูนั้น เป็นจิวเวอรี่อีกประเภทที่หลายคนใส่ใจในการเลือกน้ำหนักกะรัตให้ตรงตามความต้องการมากที่สุด เจมส์ พาวิลเลี่ยน แนะนำให้เลือกเพชรที่เผื่อน้ำหนักมากกว่าที่คิดไว้สักเล็กน้อย เช่น ถ้าต้องการซื้อเพชร 1 กะรัต ไม่ควรเลือก 1.00 หรือ 1 กะรัตต้นๆ ควรเลือกน้ำหนักเพชรเผื่อไว้ตั้งแต่ 1.1-1.49 กะรัต ซึ่งยังอยู่ในช่วงราคาของเพชร 1 กะรัต ควบคู่กับการเผื่อน้ำหนักเพชรไว้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ จนต้องเจียระไนเพชรใหม่อีกครั้ง และยังสามารถรักษาคุณค่าของเพชรในช่วงน้ำหนักนั้นๆ   2. Colour หรือ สี, น้ำ, เปอร์เซ็นต์ คุณอาจเคยได้ยินมาบ้างว่าเพชรยิ่งขาวเท่าไรก็ยิ่งมีมูลค่าสูง ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวล้วนเป็นความจริงมิอาจมีข้อโต้แย้งใดๆ โดยวิธีเลือกเพชรตามปกตินั้นสามารถแบ่งสีเพชรไล่ระดับจาก D ถึง Z เริ่มที่ Colourless ไปจนถึง Light yellow ในวงการเพชรเรียกเพชรระดับ D หรือ Colorless ว่า ‘น้ำ 100’ และเรียกชื่อลดหลั่นตามตัวเลขลงมาเรื่อยๆ  ระดับการแบ่งสีของเพชรมีดังต่อไปนี้ Colourless D E F Near Colourless G H I J Faint Yellow K L M Very Light Yellow N O P Q R Light Yellow S T U V W X YZ การเปรียบเทียบสีเพชรต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหรือเครื่องมือพิเศษ เนื่องจากสายตาคนทั่วไปไม่สามารถแยกสีเพชรที่ใกล้เคียงกันด้วยตาเปล่าได้ นอกจากนี้ เพชรบางเม็ดอาจดูขาวกว่าปกติเพราะเคลือบด้วยฟลูออเรสเซนต์ แต่ต้องแลกมาด้วยความใสที่น้อยลง และแสงระยิบระยับที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ตามปกติ เจมส์ พาวิลเลี่ยน จะคัดสรรเฉพาะเพชรที่ปราศจากฟลูออเรสเซนต์ เพื่อโชว์ความสวยงามของเพชรให้เป็นธรรมชาติที่สุด สำหรับคนที่กำลังมองหาเพชรเกรดพรีเมียมอยู่ เจมส์ พาวิลเลี่ยน มีเกรดสีเพชรให้ลูกค้าเลือกตั้งแต่ระดับ D – I  ซึ่งจัดเป็นเพชรคุณภาพสูงที่นิยมใช้กับเครื่องประดับไฟน์จิวเวลรี่เท่านั้น โดย เจมส์ พาวิลเลี่ยน จะมีการคัดเลือกสีเพชรที่ละเอียดมากกว่าที่ระบุไว้ในใบเซอร์ ถ้าสีเพชรระดับ G จะแบ่งเป็น G+, G  และ G-  และเราจะไม่เลือกสี G- หรือแม้แต่เพชรขาวที่ติดสีน้ำตาล และสีเขียวมาใช้ทำเครื่องประดับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีระบุไว้ในใบเซอร์ของ GIA แต่อย่างใด  3. Cut หรือ การเจียระไน  หนึ่งในปัจจัยสำคัญของวิธีเลือกเพชร อย่างการเจียระไน คือสิ่งที่ต้องคำนึงเป็นพิเศษ เนื่องจากส่งผลต่อความงดงามของเพชรเม็ดนั้นโดยตรง โดยการเจียระไนเพชรที่ดีจะต้องแสดงให้เห็นสัดส่วนเพชรที่ได้มาตรฐาน อาทิ ความลึก, ความกว้าง, รูปทรงของหน้าเจียระไน และความสมมาตร อาจกล่าวได้ว่า การเจียระไนเป็นหนึ่งในกระบวนการที่มนุษย์สามารถเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกเพชรที่ผ่านขั้นตอนการเจียระไนชั้นยอด โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีของ เจมส์ พาวิลเลี่ยน ที่ตั้งใจคัดสรรเพชรทุกเม็ดด้วยมาตรฐานสูงสุด สำหรับเพชรที่มีคุณสมบัติถูกต้องได้สัดส่วน (Ideal Cut Diamond) จะสามารถกระจายและสะท้อนแสงได้โดดเด่น พร้อมส่องประกายแวววาวสะดุดตาเป็นอย่างมาก เพชรที่มีการเจียระไนได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยส่องด้านบนเห็นแสงสะท้อน 8 แฉก คล้ายกับหัวลูกศร และส่องจากด้านล่างเห็นเป็นรูปหัวใจ หรือ Heart and Arrow

รายละเอียดเพิ่มเติม »
how to choose diamond

วิธีเลือกแหวนแต่งงานกับแหวนหมั้น ให้ถูกใจทั้งเจ้าสาวและเจ้าบ่าว

60% ของผู้ชายที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์มองว่า ‘การเลือกแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน’ เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดในพิธีแต่งงาน เพราะต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน และเข้าร้านเพชรอย่างน้อย 7 ร้าน กว่าจะได้แหวนที่ถูกใจ เจมส์ พาวิลเลี่ยน ช่วยคุณได้ หนึ่งในข้อสรุปจากงานวิจัยข้างต้นนี้แสดงให้เห็นว่า คู่บ่าวสาวให้ความสำคัญและทุ่มเทเวลากับการเลือกแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานเป็นอย่างมาก ทว่าคู่รักส่วนใหญ่กลับไม่รู้ถึงหลักการเลือกแหวนที่ตนเองกำลังตามหา  แต่จะดีกว่าไหม หากมีวิธีที่ช่วยให้คุณได้แหวนแต่งงานที่ตอบโจทย์ความต้องการ และช่วยประหยัดเวลาได้มากที่สุด? ในวันนี้เราพร้อมมอบข้อมูลที่จะช่วยไขข้อสงสัยและเป็นประโยชน์แก่ทุกท่าน เพื่อช่วยให้การเลือกแหวนแต่งงานในวันสำคัญของคุณไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แหวนแต่งงานและแหวนหมั้นต่างกันอย่างไร? มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าทั้งแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานคือวงเดียวกัน นั่นอาจเป็นความเข้าใจส่วนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วยังมีข้อสังเกตที่น่าสนใจตามธรรมเนียมของแต่ละประเทศ ดังนี้ แหวนหมั้น วัฒนธรรมไทย –  แหวนหมั้นคือแหวนที่ใช้ระหว่างพิธีหมั้น โดยปกติแล้วแหวนหมั้นจะเน้นความหรูหราและมีลักษณะเป็น ‘แหวนเพชรที่มีเพชรเด่นอยู่ตรงกลางหรือแหวนเพชรเดี่ยว’ วัฒนธรรมตะวันตก – แหวนหมั้นจะเปรียบเสมือนเป็นแหวนขอแต่งงาน แหวนแต่งงาน วัฒนธรรมไทย – บางคู่เลือกให้แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานเป็นแหวนวงเดียวกัน บางคู่มีแหวนแต่งงานอีกวงหนึ่งที่เอาไว้ใส่ในชีวิตประจำวัน  และจะไม่ได้ใส่แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานซ้อนทับกันในนิ้วเดียวกัน วัฒนธรรมตะวันตก – แหวนแต่งงาน คือ แหวนที่ถูกใช้ในระหว่างพิธีวิวาห์ในโบสถ์ ซึ่งตัวแหวนจะเน้นความเรียบง่ายและมักใส่คู่กันกับแหวนหมั้น เลือกแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานอย่างไรจึงจะใช่ที่สุด ปัจจุบัน ‘แหวนเพชร’ ในรูปแบบของแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานมีให้เลือกอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ บางคนอาจเลือกแหวนแต่งงานหรือแหวนหมั้นเป็นอัญมณีอื่นๆ เช่น ทับทิม และไพลิน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อเป็นหลัก โดยต่อจากนี้ไป เราขอพาคุณมาเจาะลึกถึงวิธีเลือกแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานที่ควรรู้ เพื่อให้ได้แหวนวงที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ  องค์ประกอบของแหวน แหวนประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก คือ เพชรและตัวเรือนแหวน แม้คุณจะมีรูปแบบแหวนที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว แต่การเลือกแหวนที่สามารถเข้ากับเพชรได้ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เราจึงควรพิจารณาองค์ประกอบทั้ง 2 ส่วนนี้ควบคู่กันไป  เพชรบนแหวน เนื่องจากเพชรมีความทนทานและแข็งแกร่งที่สุดในโลก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่แหวนเพชรได้รับความนิยมนำมาใช้เป็นแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานตามความเชื่อนับจากอดีตจนทุกวันนี้ โดยเพชรบนตัวเรือนแหวนแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ เพชรเม็ดกลาง ซึ่งเป็นเพชรขนาดใหญ่ที่สุดบนตัวเรือนแหวน เพชรประกอบตัวเรือน ซึ่งเป็นเพชรขนาดเล็กที่อยู่ล้อมรอบเพชรเม็ดกลาง หลักการเลือกเพชร 4Cs คุณสามารถใช้วิธีเลือกเพชร 4Cs ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ซึ่งพิจารณาปัจจัยสำคัญอันได้แก่ Cut (การเจียระไน), Colour (สี, น้ำ), Clarity (ความสะอาด) และ Carat (กะรัต) เพื่อช่วยในการตามหาเพชรที่ดีที่สุดสำหรับแหวนแต่งงานของคุณ เจมส์ พาวิลเลี่ยน เข้าใจดีว่าลูกค้าบางคนเกิดความสับสน เมื่อพูดถึงหลักการ 4Cs ดังนั้น เราจึงขออธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยแนะนำว่าควรพิจารณาจากสิ่งที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าก่อนจะง่ายที่สุด ดังนี้ กะรัต เลือกน้ำหนักของเพชรก่อนอันดับแรก เพราะคนเราชื่นชมกับความใหญ่ของเพชรเป็นอันดับหนึ่งเพราะมองเห็นง่ายที่สุด และเมื่อเป็นแหวนหมั้น คนมักจะถามว่าน้ำหนักเท่าไร สี กำหนดว่าเพชรที่ต้องการมีค่าความขาวในระดับใด ปัจจัยที่สองที่คนมักจะมองเห็นง่าย คือขาวแค่ไหน อมเหลืองหรือไม่ การเจียระไน ดูว่าเพชรเม็ดนั้นมีการเจียระไนที่ได้คุณภาพหรือไม่ คนส่วนใหญ่มักเปรียบเทียบได้ ถ้าวางเพชรที่มีคุณภาพการเจียระไนที่แตกต่างกัน ความสะอาด ตำหนิที่อยู่ภายในเพชรอยู่ในระดับที่รับได้แค่ไหน เพราะมักจะเป็นตำหนิที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แหวนหมั้นและรูปทรงเพชรที่นิยม หลังจากทราบวิธีการเลือกเพชรไปแล้ว ต่อมาคือรูปแบบของเพชรที่คุณสามารถเลือกประดับคู่กับตัวเรือนแหวนหมั้น ว่าเพชรรูปทรงใดเหมาะกับการใช้กับแหวนหมั้น นี่คือรูรูปแบบเพชรที่นิยมใช้ในแหวนหมั้น อันดับ 1 เพชรทรงกลม (Round/ Brilliant Cut Diamond) แหวนหมั้นกว่า 95% ที่อยู่ในตลาดล้วนประดับมาพร้อมกับเพชรรูปทรงกลม ที่สามารถส่องประกายแวววาวได้อย่างโดดเด่น และมีความหมายที่สื่อถึงความรักใคร่กลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เพชรกลมได้รับความนิยมสูงสุดมาโดยตลอด อันดับ 2 เพชรทรงรูปไข่ (Oval Shaped Diamond) เนื่องจากเป็นเพชรที่มีรูปทรงยาวจึงทำให้ดูมีขนาดใหญ่กว่าเพชรรูปทรงอื่นๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบหรูและลุคที่ดูอลังการ อันดับ 3 เพชรทรงหัวใจ (Heart Shaped Diamond) เพชรทรงนี้พิเศษตรงที่สามารถส่องประกายไฟได้เป็นอย่างดี และมีรูปทรงหัวใจสื่อถึงความรักอันมั่นคงระหว่างคนสองคน จึงทำให้เพชทรงหัวใจได้รับความนิยมอันดับ 3 รองจากเพชรทรงรูปไข่ นอกจากนี้ ตัวเรือนแหวนทุกวงของ เจมส์ พาวิลเลี่ยน จะมีกระเปาะที่ออกแบบพิเศษที่มีแรงบันดาลใจมาจากไอคอนของ เจมส์ พาวิลเลี่ยน ทำให้แหวนของ เจมส์ พาวิลเลี่ยน มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากแบรนด์อื่น และนี่คือสิ่งสำคัญที่เราตั้งใจมอบให้เฉพาะกับลูกค้าของเรา ตัวเรือนแหวน องค์ประกอบที่สองที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกแหวนวงสำคัญของคุณ คือตัวเรือนแหวน ที่สะท้อนรสนิยมของผู้สวมใส่ และยังส่งผลต่อราคาแหวนวงนั้นอีกด้วย โดยลักษณะตัวเรือนที่นำมาใช้เป็นแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานยอดนิยม ได้แก่ ทองคำ (Gold) โดยปกติแหวนที่มีตัวเรือนทำจากทองคำ 18k ผลิตขึ้นจากการนำทอง 75% มาผสมกับอัลลอยด์ จนมีลักษณะเป็นแหวนสีทองอร่ามที่มอบความสวยงามในสไตล์คลาสสิก และคงความนิยมมาอย่างยาวนาน ส่วนทอง 99.99% นั้นจะไม่ได้นำมาใช้ทำเครื่องประดับและตัวเรือนต่างๆเนื่องจากมีความนิ่มเกินไปและอาจทำให้เพชรหลุดร่วงได้ ถ้าเป็นเพชรสี D, E, F, G จะไม่แนะนำให้ใช้ตัวเรือนทองคำ เนื่องจากเพชรจะไม่ได้โชว์ความขาวออกมาชัดเจนนักเพราะจะสะท้อนสีทองคำออกมาด้วย ทองคำขาว (White gold) ตัวเรือนทองคำขาว หรือ ไวท์โกลด์ โดดเด่นด้านความคงทนและส่องประกายแวววาวคล้ายกับแพลทินัม แต่มีราคาถูกกว่า จึงเป็นตัวเรือนแหวนที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยทองคำขาวผลิตขึ้นจากการนำทอง 18K ที่มีทองคำ 75% มาผสมกับอัลลอยด์เพื่อเพิ่มความขาว และชุบขาวให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น อีกทั้งราคาถูกกว่าแพลทินัม พิงค์โกลด์ (Pink Gold) พิงค์โกลด์ เกิดจากทองคำ 18K มาผสมกับอัลลอยด์ที่มีสีออกทองแดง โดยสีพิงค์โกลด์ของ เจมส์ พาวิลเลี่ยน จะเป็นสีชมพูอมส้มมอบความโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะเราทำการคัดเลือกพิงค์โกลด์เพียงสีเดียวจากทั้งหมด 17 เฉดสี เพื่อนำมาใช้กับเครื่องประดับของเราทุกชิ้น แพลทินัม (Platinum) โลหะที่มีความทนทานที่สุดซึ่งปราศจากส่วนผสมของทองคำ และยังไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายผิวแก่ผู้สวมใส่ ด้วยจุดเด่นเหล่านี้ทำให้แพลทินัมเป็นตัวเรือนที่มีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะที่ เจมส์ พาวิลเลี่ยน เราเลือกใช้ PT950 คือแพลทินัม 950 ส่วนจาก 1,000 ส่วน เหตุผลที่ทำให้แพลทินัมแพงกว่าทองชนิดอื่น น้ำหนักมากกว่าประมาณ 30%

รายละเอียดเพิ่มเติม »

Gems Pavilion’s “The Super Standard Six”

6 ข้อสุดพิเศษที่ทำให้เพชรของ Gems Pavilion มีมาตรฐานสูงกว่าที่ระบุไว้ในใบเซอร์ (Certificate) ของ GIA เพื่อเพิ่มความมั่นใจสูงสุดกว่าที่ใดๆ แน่นอนว่าหากเป็นครั้งแรกที่คุณเพิ่งจะเริ่มมองหาเครื่องประดับเพชรมาไว้ในครอบครอง สิ่งหนึ่งเลยที่คุณต้องการนอกเหนือไปจากการออกแบบที่สวยถูกใจที่สามารถมองด้วยตาเปล่าและตัดสินได้ด้วยใจของคุณเอง แต่สิ่งที่หลายคนต้องการมากกว่านั้นก็คือ คำยืนยันและหลักฐานเพื่อตอกย้ำความมั่นใจว่าเพชรหรือเครื่องประดับเพชรที่คุณได้เลือกซื้อนั้น ได้รับการันตีทั้งจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ขายว่าดีและสวยสมบูรณ์ตรงตามมาตรฐานสูงสุดตามความต้องการของคุณเองอย่างแท้จริง เพราะ เจมส์ พาวิลเลี่ยนเรารู้ดีว่าคุณต้องการอะไรและทำอย่างไรเพื่อให้คุณรับประสบการณ์ที่ดีที่สุดกลับไปในทุกชิ้นงานที่คุณเลือกไปไว้ในครอบครอง ซึ่งถึงแม้ว่าใบเซอร์ของ GIA จะสร้างมาตรฐานสูงสุดสำหรับการตรวจสอบเพชรจนได้รับความเชื่อมั่นจากบรรดาผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเพชรทั่วโลก ทว่า เจมส์ พาวิลเลี่ยนมีความภาคภูมิใจที่ได้กำหนดมาตรฐานพิเศษเพิ่มขึ้นมา ซึ่งมีความละเอียดเหนือกว่า GIA ถึง 6 ข้อด้วยกัน เราระบุตำหนิที่ปรากฎอยู่บนเพชรว่าเป็นสีดำหรือสีขาว ละเอียดกว่าที่อื่นทั่วไปบอก / แต่ GIA ไม่ได้ระบุไว้ เราระบุตำแหน่งของตำหนิที่อยู่ด้านข้างเพชร เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด / ซึ่ง GIA บอกคุณแค่ด้านหน้ากับด้านหลังเท่านั้น เราอธิบายได้ว่าเพชรแต่ละเม็ดมีลักษณะความใสของเนื้อเพชรเป็นอย่างไร ตอบได้ทุกความอยากรู้และสงสัยของลูกค้าทุกคน เราตั้งใจเลือกเฉพาะเพชรที่ใสบริสุทธิ์ที่สุด ไม่เจือสีเขียว น้ำตาล หรือสีอื่นๆยกเว้นสีติดเหลืองที่เป็นธรรมดาของเพชรขาว (เพชรสีแฟนซีไม่ได้นำมาพิจารณาในหลักเกณฑ์นี้) เรามีการคัดเลือกสีเพชรที่ละเอียดมากกว่าที่ระบุไว้ในใบเซอร์ เช่น ถ้าสีเพชรระดับ Gซึ่งมีการแบ่งย่อยออกไปอีกเป็นระดับ G+, G  และ G-  ตามลำดับ แต่ที่เจมส์ พาวิลเลี่ยนเราจะไม่เลือกสี G- มาใช้ เพื่อให้เพชรที่คุณได้รับไปนั้น ตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด   เราคัดเลือกระดับความสะอาดของเพชรอย่างละเอียด ซึ่งค่าความสะอาดของเพชรโดยปกตินั้นจะมีการแบ่งออกเป็นที่ระดับเริ่มต้นที่ VVS, VVS+, VVS- ตามลำดับซึ่งระดับที่มีค่าความสะอาด VVS- จะไม่มีปรากฏบนชิ้นงานจากเจมส์ พาวิลเลี่ยนอย่างแน่นอน ทั้ง 6 ข้อข้างต้นจึงเป็นความพิเศษที่ เจมส์ พาวิลเลี่ยน ตั้งใจมอบให้กับลูกค้าทุกท่านเป็นการสร้างความมั่นใจและความประทับใจทั้งก่อนการซื้อที่ช่วยการันตีความเชื่อมั่นรวมถึงระหว่างการเลือกหาเครื่องประดับชิ้นเด่นที่เราพร้อมให้รายละเอียดในทุกแง่มุมจนถึงบริการหลังการขายที่เรามีให้คุณมากกว่าใคร เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์สุดพิเศษในทุกๆ ครั้งจากเจมส์ พาวิลเลี่ยน

รายละเอียดเพิ่มเติม »

Ear Cuff

เครื่องประดับชิ้นพิเศษที่จะทำให้ใบหูของคุณดูโดดเด่นกว่าที่เคย What: นอกเหนือจากต่างหูเพชรแท้ในหลากหลายดีไซน์แล้ว หนึ่งในเครื่องประดับที่ Gems Pavilion อยากแนะนำให้คุณได้ลองเลือกหยิบมาสวมใส่สร้างความโดดเด่นและน่าสนใจก็คือ Ear Cuff หรือต่างหูสวมที่สามารถสวมใส่โดยมีตัวล็อคหนีบให้เข้ากับใบหูของคุณได้อย่างกระชับ When: เมื่อคุณรู้สึกว่าใบหูของคุณดูโล่งไป หรือกำลังมองหาเครื่องประดับมาเติมเต็มให้ใบหูของคุณดูน่าสนใจขึ้นมากกว่าเดิม เพราะลำพังเพียงต่างหู stud เม็ดเดียว หรือต่างหูแบบอื่นๆ ที่คุณมีอยู่อาจจะดูไม่เพียงพอต่อการสร้างลุคที่แปลกใหม่ หรืออีกในกรณีหนึ่งก็คือ คุณยังไม่ได้เจาะหูแต่อยากจะสวมใส่ต่างหูหรือมีเครื่องประดับบนใบหูแบบใครๆ Ear Cuff คือคำตอบของทุกปัญหาที่ว่ามานี้ Where: Ear Cuff สามารถสวมใส่ได้ในทุกลุค ทุกสถานที่ ทุกกรณี และทุกช่วงเวลาเพียงแต่คุณต้องเลือกรูปแบบ ขนาด และเลือก “ข้าง” ที่จะใส่ให้ดูเหมาะสม อาทิเช่น หากคุณต้องการสวมเพื่อใส่ไปทำงาน Ear Cuff ที่ดูไม่ใหญ่จนเกินไป สวมกับต่างหู stud เม็ดเดี่ยวก็น่าจะเพียงพอแล้ว หรืออยากจะดูเติมเต็มกว่าที่เคย ลองเลือก Ear Cuff ที่มีดีไซน์เข้ากับต่างหูของคุณ ในแบบเดียวกัน สวมใส่เป็นเซตก็ทำให้ดูกลมกลืนแต่เติมเต็มได้เต็มที่กว่าเคย แต่ถ้าคุณอยากโดดเด่นในงานปาร์ตี้ เราแนะนำให้คุณเต็มที่ได้กับการสวม Ear Cuff ทั้งขนาดที่อาจจะดูใหญ่ขึ้นได้หรือสวมซ้อนเล่นระดับไล่เรียงกันไปทั้งใบหู ลูกเล่นที่น่าสนใจก็คือ เลือกเด่นอย่างเต็มที่ที่ใบหูเพียงข้างเดียวพอ อย่าใส่จนล้นเกินพอดี Why: ทำไมเราจึงแนะนำให้คุณสวมใส่ Ear Cuff ตอนนี้น่ะหรือ? ก็เพราะว่านี่คือช่วงเวลาที่คุณเริ่มกลับมารู้สึกสนุกกับการแต่งตัวและสวมใส่เครื่องประดับได้อีกครั้งอย่างเต็มที่ และเทรนด์การสวมใส่เครื่องประดับที่ดูน้อยชิ้นแต่น่ามอง และปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามใจต้องการกำลังกลายมาเป็นเทรนด์ฮิตในตอนนี้ เครื่องประดับอย่าง Ear Cuff จึงตอบโจทย์ที่ว่ามานี้ทั้งหมด How: ที่ Gems Pavilion คุณสามารถมาเลือก Ear Cuff ชิ้นที่เหมาะกับคุณได้อย่างสนุก เพราะ Ear Cuff ของเรานั้นมีหลากหลายรูปแบบที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการจะเป็นชิ้นเล็กที่ซ่อนลูกเล่นลายโซ่ หรือชิ้นเรียบๆ ที่เล่นกับเส้นสายลายกราฟฟิกไปจนถึงชิ้นใหญ่สะดุดตา ความพิเศษของ Ear Cuff จาก Gems Pavilion อยู่ที่กลไกการล็อคกระชับให้เข้ากับใบหูของผู้สวมใส่เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องประดับจะอยู่ติดแน่นใบหูของคุณ ไม่ต้องคอยระวังว่าเครื่องประดับชิ้นโปรดของคุณจะหล่นหายไปในระหว่างที่คุณสนุกกับการใช้ชีวิตประจำวัน สวมใส่อย่างไรก็มั่นใจได้ว่า Ear Cuff จาก Gems Pavilion ดูสวยงามรอบด้านและประดับให้คุณดูระดับเกินใคร

รายละเอียดเพิ่มเติม »

The Craftsmanship

เจมส์ พาวิลเลี่ยน รังสรรค์จิวเวลรี่ชั้นสูงที่มีอัตลักษณ์และได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านการร้อยเรียงทุกรายละเอียด โดยช่างฝีมือชั้นสูง เพชรและพลอยที่มีคุณภาพชั้นเลิศ และดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ภายใต้ปรัชญา The universal language of life celebrationsเพราะเราเชื่อว่าความสวยงามของจิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนนั้นเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าคนเชื้อชาติไหนและภาษาไหนต้องเห็นความสวยงามเหมือนกัน อีกทั้งทุกคนสามารถเฉลิมฉลองและมีความสุขกับจิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนได้ทุกๆวัน โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ จิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนนั้นสามารถสะท้อนบุคลิคที่โดดเด่นของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน  การครอบครองจิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนนั้นจึงเป็นความพึงพอใจที่หรูหราและพิเศษสุด https://gemspavilion.com/wp-content/uploads/2020/03/getfvid_84077541_547349792540226_3377289948366018113_n.mp4 ช่างฝังเพชรและอัญมณีของเจมส์ พาวิลเลี่ยนมีความเชี่ยวชาญในการเลือกวางตำแหน่งเพชรและอัญมณีแต่ละเม็ดประกอบเข้ากับตัวเรือน และฝังอัญมณีลงบนตัวเรือนด้วยมืออย่างแม่นยำและระมัดระวัง รวมทั้งต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูชิ้นงานเพราะชิ้นงานมีขนาดเล็กและมีความละเอียดมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ฝังอัญมณีลงในตำแหน่งที่กำหนดได้อย่างแม่นยำ การฝังเพชรและอัญมณีของเจมส์ พาวิลเลี่ยนมีสถิติของความแม่นยำสูงมากถึง 99.99% https://gemspavilion.com/wp-content/uploads/2020/03/getfvid_83852600_556153931912580_2556748937301001910_n.mp4 กระบวนการรังสรรค์จิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยน เกิดจากความรักและความสุขในการสร้างสรรค์ ที่ถ่ายทอดไปยังช่างฝีมือผู้ชำนาญงานในแผนกต่างๆ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและเห็นภาพของจุดมุ่งหมายในการสร้างชิ้นงานให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จิวเวลรี่ทุกชิ้นจะให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวา อันเป็นเอกลักษณ์ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนอย่างเด่นชัด https://gemspavilion.com/wp-content/uploads/2020/03/getfvid_83516508_132152924931011_7545393262266275353_n.mp4

รายละเอียดเพิ่มเติม »

The Outstanding Artistry of The Emblem collection

เจมส์ พาวิลเลี่ยน เปิดตัวคอลเล็กชั่น The Emblem ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเพียบพร้อมด้วยมาตรฐานคุณภาพขั้นสูง ชิ้นงานที่ถูกถ่ายทอดโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญงานที่มากด้วยประสบการณ์ เพื่อที่จะเนรมิตจิวเวลรี่ที่ทำให้คุณสามารถเฉลิมฉลองกับชีวิตได้ในทุกๆวัน และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผลงานของ เจมส์ พาวิลเลี่ยนจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าอัศจรรย์ในทุกขั้นตอนการผลิต “ศิลปะแห่งการออกแบบ” จุดเริ่มต้นที่เป็นหัวใจหลักที่เจมส์ พาวิลเลี่ยน ในแต่ละปีภาพเค้าโครงร่างกว่า 12,000 แบบ ถูกกลั่นกรองเพื่อนำไปรังสรรค์เป็นชิ้นงานที่มีชีวิตจริง เช่นเดียวกับขั้นตอน การคัดเลือกอัญมณีอย่างประณีต คือ แก่นสารสาระสำคัญที่เจมส์ พาวิลเลี่ยนให้ความใส่ใจและคัดเลือกเพชรและอัญมณีคุณภาพสูง เพชรและอัญมณีกว่า 1,000,000 กะรัตต่อปี ผ่านการคัดสรรและตรวจสอบโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญทุกเม็ด โดยพิจารณาเรื่องของสี การเจียระไน ความสะอาด และน้ำหนักกะรัตทำให้มีเพียง 20% เท่านั้นที่สามารถผ่านมาตรฐานของเจมส์ พาวิลเลี่ยน หลังจากเราคัดเลือกแบบดีไซน์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำต้นแบบให้เสมือนของจริง โดยทำได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น ขึ้นต้นแบบทองด้วยมือ ทำแม่พิมพ์เงิน แกะสลักแว๊กซ์ด้วยมือ การพิมพ์แว๊กซ์แบบสามมิติโดยใช้โปรแกรม CAD ที่ควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่างจะเป็นผู้ประเมินว่าวิธีไหนเหมาะสมกับจิวเวลรี่ชิ้นไหน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อน ความละเอียด และขนาดของแต่ละชิ้นงาน ช่างฝีมือในแผนกแต่งประกอบและขึ้นมือด้วยทองของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ล้วนเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ทำให้ตัวเรือนของจิวเวลรี่ทุกชิ้นได้รับการรังสรรค์ในทุกรายละเอียด ทุกชิ้นทุกข้อต่อต้องวางอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดอย่างเหมาะสม และร้อยเรียงอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง เพื่อให้ชิ้นงานมีความสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด ช่างฝังเพชรและอัญมณีของเรา มีความเชี่ยวชาญในการเลือกวางตำแหน่งเพชรและอัญมณีแต่ละเม็ดประกอบเข้ากับตัวเรือน และฝังอัญมณีลงบนตัวเรือนด้วยมืออย่างแม่นยำ รวมทั้งต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูชิ้นงานเพราะชิ้นงานมีขนาดเล็กและมีความละเอียดมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ฝังอัญมณีลงในตำแหน่งที่กำหนด โดยให้ความแม่นยำสูงมากถึง 99.99% กระบวนการต่อไปที่ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสร้างสรรค์ในการทำไฟน์ จิวเวลรี่ก็คือ การขัด และการชุบ ที่ผ่านฝีมือของช่างผู้ชำนาญการ โดยใช้เทคนิคเฉพาะผ่านเครื่องมือพิเศษที่ได้มาตรฐานระดับสากลของเจมส์ พาวิลเลี่ยน จึงมั่นใจได้เป็นอย่างยิ่งว่าจิวเวลรี่ทุกชิ้น จะมีตัวเรือนที่มีพื้นผิวเรียบเนียนที่สวยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การยิงเลเซอร์สัญลักษณ์ เป็นอีกหนึ่งการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของเราว่า ผลงานการสร้างสรรค์แต่ละชิ้นจะได้รับการยืนยันถึงมาตรฐานและส่วนประกอบสำคัญที่เป็นเลขค่าของทองคำ 750 อันเป็นค่ามาตรฐานทองคำ 18k หรือค่าทองคำ 75% นั่นเอง การตรวจสอบคุณภาพ (QC) เราจะไม่เพียงแต่ QC ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งขายเท่านั้น ในทุกๆ ขั้นตอนการทำงานของกระบวนการผลิต จะต้องมีทำการ QC ในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิตอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทุกชิ้นงานของเจมส์ พาวิลเลี่ยนมาพร้อมกับความภาคภูมิใจทั้งของผู้ทำ ผู้ให้และผู้ได้รับ “The Universal Language of Life Celebrations’ ความงดงามของจิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนอันเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าคนเชื้อชาติไหนและภาษาไหนก็เห็นว่าความสวยงามเหมือนกัน ปรัชญาของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานเครื่องประดับที่สามารถสวมใส่และให้ความรู้สึกถึงการเฉลิมฉลองในทุกๆ วัน” กระบวนการรังสรรค์จิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยน เกิดจากความรักและความสุขในการสร้างสรรค์ ที่ถ่ายทอดไปยังช่างฝีมือผู้ชำนาญงานในแผนกต่างๆ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและเห็นภาพของจุดมุ่งหมายในการสร้างชิ้นงานให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อให้เป็นดั่งเครื่องประดับในแบบฉบับของเจมส์ พาวิลเลี่ยนอย่างแท้จริง

รายละเอียดเพิ่มเติม »

The Journey of The Pearl EP. 4

ด้วยความตั้งใจในทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ชิ้นงานเครื่องประดับจิวเวลรี่ ที่เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบ การเฟ้นหาและคัดเลือกวัตถุดิบ มาจนถึงการเข้าสู่กระบวนการผลิต ทำให้ผลงานทุกชิ้นของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ได้รับการยอมรับจากลูกค้ามากว่า 22 ปี เป็นเครื่องการันตีอย่างดีว่า เราคือต้นแบบแห่งการสร้างสรรค์เครื่องประดับเพื่อเฉลิมฉลองให้ทุกวันของผู้หญิงเป็นวันพิเศษ ดังเช่นชิ้นงานในคอลเล็กชั่น The Timeless Pearl ซึ่งเป็นชิ้นงานที่เราภาคภูมิใจนำเสนอเช่นเคย กระบวนการรังสรรค์จิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยน เกิดขึ้นจากความรักและความสุขในการทำงานสร้างสรรค์ ที่ถ่ายทอดไปยังช่างฝีมือผู้ชำนาญงานในแผนกต่างๆ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและเห็นภาพของจุดมุ่งหมายในการสร้างชิ้นงานให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน นั่นคือการมอบความรักและความสุขนี้ผ่านไปยังชิ้นงานเครื่องประดับของเราเพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าทุกคน จิวเวลรี่หนึ่งชิ้นอาจมีความพิเศษในการนำไปปรับใช้ได้หลายรูปแบบ ดังเช่นสร้อยคอไข่มุกยาวเส้นนี้ที่สามารถสวมใส่ได้ถึง 5 แบบ เป็นสร้อยคอเส้นยาวแล้วยังสามารถถอดประกอบ แยกชิ้นออกไปเป็นได้ทั้งสร้อยคอขนาดสั้น และสร้อยข้อมือ สามารถนำมาสวมใส่ได้ทั้งแบบแยกชิ้นหรือใส่ซ้อนกันได้ ซึ่งนั่นเป็นผลที่ได้มาจากความใส่ใจในการทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ คำนึงการใช้งานของทุกชิ้นงาน และตั้งใจรังสรรค์จิวเวลรี่ออกมาได้อย่างงดงาม เพื่อให้เป็นดั่งเครื่องประดับในแบบฉบับของเจมส์ พาวิลเลี่ยน จิวเวลรี่ทุกชิ้นจะให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวา และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ดังเช่นในรูปนี้ที่สร้อยไข่มุกยาวที่เรานำเสนอไปก่อนหน้านี้ สามารถถอดออกมาประกอบใหม่เป็นสร้อยคอสั้น และเป็นสร้อยข้อมือได้อีกถึงสองเส้น เพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน สวมใส่ได้อย่างมีแปลกใหม่และดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะสร้างสรรค์ด้วยใจ เครื่องประดับจากเจมส์ พาวิลเลี่ยนจึงเป็นตัวแทนของความรู้สึกดีๆ ที่สามารถส่งต่อไปยังคนที่คุณรักได้อย่างเหมาะสม ด้วยงานดีไซน์ที่โดดเด่น สะดุดตาด้วยความสวยงามของการเลือกใช้วัตถุดิบที่นำมาผ่านขั้นตอนการผลิตที่ประณีตและพิถีพิถัน จนกลายมาเป็นเครื่องประดับชิ้นงาม “คุณภาพ และความงามสมบูรณ์แบบของจิวเวลรี่ที่ดีที่สุด เกิดจากความเอาใจใส่ในการทำงานอย่างเข้มงวด” ช่างฝีมือของเจมส์ พาวิลเลี่ยนมีความเชี่ยวชาญในการเลือกวางตำแหน่งเพชรและวัตถุดิบแต่ละเม็ดประกอบเข้ากับตัวเรือน ด้วยมืออย่างแม่นยำและระมัดระวัง การประกอบและร้อยเรียงเพชรและอัญมณีของเจมส์ พาวิลเลี่ยนจึงมีสถิติของความแม่นยำสูงมากถึง 99.99% โดยมีทีมตรวจสอบคุณภาพที่มีความเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่งในการตรวจเช็คในทุกจุดที่แม้หากเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย จิวเวลรี่ชิ้นนั้นจะต้องนำกลับเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตใหม่ให้เรียบร้อยสมบูรณ์ “ความงดงามของจิวเวลรี่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนอันเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าคนเชื้อชาติไหนและภาษาไหนก็เห็นว่าความสวยงามเหมือนกัน” จึงถือเป็นปรัชญาที่เจมส์ พาวิลเลี่ยน ยึดมั่น เชื่อมั่น และนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานเครื่องประดับที่สามารถสวมใส่และให้ความรู้สึกถึงการเฉลิมฉลองในทุกๆ วันมาโดยตลอด

รายละเอียดเพิ่มเติม »

The Journey of The Pearl EP. 3

เพราะ Gems Pavilion ให้ความใส่ใจกับทุกขั้นตอนในการสร้างสรรค์เครื่องประดับ เราจึงออกเดินทางไปสรรหาวัตถุดิบที่ดีที่สุด เพื่อนำมาใช้กับจิวเวลรี่ทุกชิ้น ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การคัดสรรวัตถุดิบ มาจนถึงกระบวนการผลิต จนกระทั่งออกมาเป็นเครื่องประดับชิ้นใหม่ ต้องมาพร้อมกับความพิถีพิถันเพื่อให้ได้ผลงานที่สวยงามและมีคุณค่ามากที่สุด กว่าที่จะมั่นใจว่าวัตถุดิบที่กำลังมองหาอยู่นั้นตรงตามมาตรฐานของเจมส์ พาวิลเลี่ยนหรือไม่ ผู้บริหารของเราทุกคนต้องร่วมกันพิจารณาอย่างถ้วนถี่ ด้วยการเดินทางไปถึงแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบชนิดนั้นๆ อย่างเช่นในครั้งนี้ที่เราเดินทางไปยังฟาร์มเพาะเลี้ยงไข่มุก ณ เมือง Sasebo ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจว่าเรารู้จักและเข้าใจในคุณสมบัติของวัตถุดิบแต่ละชนิดที่เลือกมาใช้ในการทำงานจิวเวลรี่เป็นอย่างดี การศึกษาและลงลึกในรายละเอียดจึงเป็นสิ่งที่เจมส์ พาวิลเลี่ยนให้ความสำคัญ ไม่ต่างจากเรื่องของการออกแบบ หรือการผลิต วัตถุดิบทุกชนิดจึงผ่านการศึกษาและคัดสรรมาแล้วในทุกด้าน ทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ เราจะทำการคัดเลือกของที่ดีที่สุดมาใช้เสมอ จากการศึกษาถึงเปอร์เซ็นต์การคัดเลือกโดยเฉลี่ยของฟาร์มแห่งนี้ พบว่าไข่มุกที่ฟาร์มเพาะเลี้ยงมา จะมีอัตราการใช้ได้อยู่ที่ 0.09% ของจำนวนไข่มุกทั้งหมด แน่นอนว่า เมื่อมาถึงฝ่ายคัดเลือกและสรรหาวัตถุดิบของเจมส์ พาวิลเลี่ยนแล้ว เรายิ่งเพิ่มความละเอียดในการเลือกมาใช้ทำเครื่องประดับมากยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกชิ้นของเรา คือ สิ่งที่เลือกมาแล้วกับมือว่าดีที่สุด “คุณลักษณ์ที่เลิศล้ำของวัตถุดิบ คือ ต้นกำเนิดของเครื่องประดับชั้นสูงอันล้ำค่า” กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบ คือ แก่นสารสาระสำคัญที่เจมส์ พาวิลเลี่ยนให้ความใส่ใจ โดยผ่านการคัดสรรและตรวจสอบโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญทุกเม็ดไข่มุกที่เรานำมาใช้ทำเครื่องประดับ จึงผ่านการพิจารณาทั้งในเรื่องของสีสัน ความเงา เนื้อผิวสัมผัส ความสะอาด และความสวยงาม ด้วยความเคร่งครัดในหลักเกณฑ์การของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ซึ่งจะมีเพียงแค่ 20% เท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกของเรา ขั้นตอนการร้อยไข่มุกเพื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับประเภทสร้อยคอ สร้อยข้อมือ รวมไปถึงฝังประดับเป็นต่างหูมุกต่างๆ นั้น เป็นอีกหนึ่งกรรมวิธีที่ต้องอาศัยช่างฝีมือผู้ชำนาญการ สำหรับที่เจมส์ พาวิลเลี่ยน หลังจากเราคัดเลือกแบบดีไซน์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการใช้งานฝีมือสร้างสรรค์ชิ้นงานขึ้นมา ซึ่งทั้งหมดนี้ช่างจะเป็นผู้ประเมินว่าวิธีไหนเหมาะสมกับเครื่องประดับชิ้นไหน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อน ความละเอียด และขนาดของแต่ละชิ้นงาน ช่างฝีมือในแผนกร้อยสร้อยและไข่มุกด้วยมือของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ล้วนเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ทำให้ตัวเรือนของจิวเวลรี่ทุกชิ้นได้รับการรังสรรค์อย่างประณีต พิถีพิถันทุกรายละเอียด หากว่ามีการร้อยเรียงผิดพลาดเพียงจุดใดจุดหนึ่ง หรือคลาดเคลื่อนไปจากแบบ ช่างจะทำการแก้ไขปรับใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานที่ได้จะมีความแม่นยำและตรงกับที่ออกแบบไว้ ทุกชิ้นทุกข้อต่อต้องวางอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดอย่างเหมาะสม และร้อยเรียงอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง ไม่อาจสลับตำแหน่งกันได้แม้เพียงเล็กน้อย เพื่อให้ชิ้นงานมีความสมบูรณ์แบบอย่างที่สุดเพื่อให้จินตนาการของนักออกแบบสามารถผ่านทอดออกมาสู่ชิ้นงานได้เหมือนจริงมากที่สุด ติดตามเรื่องราวการเดินทางเพื่อค้นหาวัตถุดิบชั้นเยี่ยม เพื่อสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นยอดของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ได้ในตอนสุดท้ายของ The Journey of The Pearl

รายละเอียดเพิ่มเติม »

The Journey of The Pearl EP. 2

ความตั้งใจในการออกเดินทางเพื่อเสาะแสวงหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ นำมาใช้ในการผลิตเครื่องประดับของ Gems Pavilion เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่าเรายังไม่หยุดที่จะพัฒนาความเป็นเลิศของเราในทุกๆ ด้าน เพื่อนำมาประกอบเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เรายึดมั่นมาเสมอ นั่นคือ การใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด เพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่น ภายใต้กรรมวิธีการผลิตจากช่างฝีมืออันเป็นเลิศ เมื่อเหล่าผู้บริหารของ Gems Pavilion เดินทางมาถึงฟาร์มไข่มุกในเมือง Sasebo ประเทศญี่ปุ่น ภารกิจในการมองหาไข่มุกคุณภาพเยี่ยมจึงเริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่การเยี่ยมชมในทุกๆ ส่วนของฟาร์มแห่งนี้ ที่ทำการเพาะเลี้ยง คัดสรร พัฒนา ตลอดจนการเก็บเกี่ยวไข่มุกที่ได้อย่างมีระบบและเต็มไปด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน เจ้าหน้าที่ของฟาร์มมุกกำลังทำการคัดเลือกหอยมุกเลี้ยงที่ได้คุณภาพนำมาเข้าสู่กระบวนการเพาะเลี้ยงไข่มุกในขั้นตอนต่อไป เริ่มตั้งแต่การเพาะเลี้ยงหอยมุกที่เจ้าหน้าที่ของฟาร์ม เล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่า มีขั้นตอนในการดูแลอย่างไร กว่าจะเติบโตเต็มที่ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลานับปีในการเพาะเลี้ยง จนสามารถนำออกมาเข้าสู่ขั้นตอนพัฒนาเพื่อสร้างเม็ดไข่มุกที่ได้คุณภาพ ซึ่งจะมีไข่มุกที่มีความสวยงามสามารถนำมาใช้ผลิตเป็นเครื่องประดับเพียงแค่ประมาณ 0.09% เท่านั้น ในขั้นตอนนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการนำหอยมุกขึ้นมาเปิดฝาไว้เพื่อนำไปรอใส่นิวเคลียสเพื่อสร้างไข่มุกในตัวหอย หอยมุกที่นำขึ้นมาเปิดฝาโดยใช้เครื่องมือพิเศษอ้าค้างไว้เตรียมรอเข้าสู่กระบวนการเพาะเลี้ยงในขั้นตอนต่อไป เมื่อหอยมุกเติบโตเต็มที่แล้ว ทางฟาร์มจะนำมาเข้าสู่ขั้นตอนการตัดต่อเซลล์เนื้อเยื่อเพื่อให้เนื้อเยื่อนี้ไปเคลือบนิวเคลียสให้กับตัวหอยให้ได้สีที่ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยช่างผู้ชำนาญการของฟาร์มมาเป็นผู้แล ทั้งนี้เพื่อให้ตัวหอยสามารถผลิตไข่มุกออกมาได้อย่างดีที่สุด ขั้นตอนการใส่นิวเคลียสลงไปในตัวหอยมุก เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งเพื่อทำให้ได้ไข่มุกที่สวยงามทั้งสีสันและรูปทรง ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง ไข่มุกแต่ละเม็ดนั้นจะมีความสวยงามหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าตัวของเปลือกหอยที่เคลือบอยู่นั้นจะมีความสมบูรณ์เพียงใด ซึ่งสามารถสังเกตคร่าวๆ ได้ด้วยตาเปล่าเมื่อเราเปิดฝาของหอยมุกขึ้นมาดูว่ามีความเงามันและสีสวยงามแค่ไหน (ดังเช่นตัวอย่างในภาพ ที่ฝาเปลือกหอยมุกทางด้านขวาจะมีสีสันสวยงามกว่าทางซ้าย) กว่าจะได้มาซึ่งไข่มุกแต่ละเม็ดนั้น จึงเป็นการลงทุนทั้งแรงกาย แรงใจ ของผู้เพาะเลี้ยงผสมกับการใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางในการผลิตที่ล้วนแต่ต้องอาศัยการเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด จำนวนผลผลิตที่ได้จึงจะมากพอที่จะสามารถเก็บเกี่ยว นำมาใช้สร้างสรรค์เครื่องประดับมุกที่ดีและมีความสวยงามต่อไปได้ ซึ่งฟาร์มไข่มุกที่เราเลือกมาดูงานเยี่ยมชมในครั้งนี้ เป็นอีกฟาร์มหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีการทำงานตรงตามมาตรฐานของ Gems Pavilion เครื่องมือการทำงานที่ดี บวกกับความชำนาญเฉพาะตัวของเจ้าหน้าที่ในฟาร์มมุก คือ เคล็ดลับสำคัญในการสร้างสรรค์ไข่มุกที่ได้คุณภาพจนได้รับการยอมรับ จะเห็นได้ว่ากว่าที่ Gems Pavilion จะคัดเลือกวัตถุดิบในแต่ละชนิดมาใช้ พวกเราต้องศึกษา สรรหา พัฒนา จนนำมาซึ่งความเชื่อใจ และมั่นใจแล้วว่า เหมาะสมตรงตามกับมาตรฐานที่เราตั้งไว้ และยึดมั่นโดยตลอดมา ทั้งนี้เพื่อให้วัตถุดิบทุกชิ้นที่เราตั้งใจคัดสรรมา สามารถนำมาใช้ออกแบบ และทำงานผลิตเป็นเครื่องประดับที่สวยงามที่สุด ตามที่ Gems Pavilion ภูมิใจนำเสนอมากว่า 22 ปี

รายละเอียดเพิ่มเติม »

REGISTER